กาชาดแจง เลือดของผู้บริจาคที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 มีสีดำคล้ำ ไม่สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้ ไม่เป็นความจริง

   

          จากกรณีที่มีการแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ วิกฤติเริ่มขาดแคลนเลือด แต่เนื่องจากเลือดของผู้บริจาคที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 มีสีดำคล้ำ ไม่สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้ ทำให้ผู้บริจาคโลหิตและประชาชนเกิดความเข้าใจผิดและความกังวล ส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาลที่ต้องใช้โลหิตในการรักษาผู้ป่วย เป็นอย่างมาก

           รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอชี้แจงว่า ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยขอชี้แจง 2 ประเด็น ดังนี้

           ประเด็นที่ 1 เลือดของผู้บริจาคโลหิตที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 มีสีดำคล้ำ ไม่สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้

           ไม่เป็นความจริง ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 จะฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อและร่างกายจะเปลี่ยนแปลงเป็นภูมิคุ้มกัน เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนชนิดอื่นๆ อาทิ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งไม่ทำให้สีของโลหิตมีสีดำคล้ำและเกิดการเปลี่ยนแปลงสีแต่อย่างใด เพราะโลหิตเป็นของเหลว “สีแดง” ที่ไหลเวียนอยู่ภายในหลอดเลือดทั่วร่างกาย

           โดยฮีโมโกลบิล ทำหน้าที่ในการนำออกซิเจนจากปอดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย และนำคาร์บอนไดออกไซค์จากส่วนต่างๆ ของร่างกายไปขับออกที่ปอด ทำให้เม็ดเลือดแดงในหลอดเลือดแดงมีระดับออกซิเจนปริมาณสูง เลือดจึงมีสีแดงสด ส่วนเม็ดเลือดแดงในหลอดเลือดดำมีปริมาณออกซิเจนลดลงและมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซค์สูงกว่า เลือดจึงมีสีแดงคล้ำ เมื่อบริจาคโลหิตแต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่จะเจาะเก็บโลหิตจากข้อพับแขนที่เส้นเลือดดำ ทำให้โลหิตบริจาคมีสีแดงคล้ำกว่าเส้นเลือดจากหลอดเลือดแดง เป็นปกติทุกคน

           ดังนั้น ผู้บริจาคโลหิตที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่ทำให้โลหิตมีสีดำคล้ำ และไม่เป็นอันตรายต่อผู้รับโลหิต

           ประเด็นที่ 2 ผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นเลือดดี

          บิดเบือน เพราะไม่ว่าผู้ที่ได้รับหรือยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าเลือดของบุคคลนั้นเป็นเลือดดีหรือไม่ดี เหตุผล เนื่องจากในการบริจาคโลหิตทุกครั้ง ผู้บริจาคโลหิตต้องคัดกรองสุขภาพด้วยตนเองจากแบบสอบถาม และคัดกรองความเสี่ยงต่างๆ ที่สามารถถ่ายทอดทางโลหิตไปสู่ผู้ป่วยได้ จากบุคลากรทางการแพทย์ จากนั้นโลหิตทุกยูนิตจะถูกนำไปส่งตรวจคัดกรองคุณภาพโลหิตตามมาตรฐานทางห้องปฎิบัติการก่อนจ่ายให้กับโรงพยาบาล  เพื่อนำไปใช้รักษาผู้ป่วยต่อไป

          ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ มีแนวทางปฎิบัติสำหรับวัคซีนโควิด-19 ดังนี้

  • ก่อนฉีดวัคซีน สามารถบริจาคโลหิตก่อนฉีดวัคซีนได้
  • หากไม่มีอาการอ่อนเพลีย สามารถฉีดวัคซีนได้ในวันถัดไป ไม่ควรบริจาคโลหิตวันเดียวกับวันที่ฉีดวัคซีน
  • หลังฉีดวัคซีน บริจาคโลหิต บริจาคโลหิตได้ โดยให้เว้น 7 หลังการฉีดวัคซีน

      – กรณีมีอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน ขอให้หายดีก่อน เว้น 7-14 วัน ตามความรุนแรงของอาการ

         ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • การบริจาคโลหิตไม่ทำให้ภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ลดลง

      – เนื่องจากเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างภูมิคุ้มกันออกมากับโลหิตที่บริจาคมีจำนวนน้อย เมื่อเปรียบเทียบ  

        กับจำนวนทั้งหมดที่มีในร่างกาย และยังถูกสร้างจากไขกระดูกมาทดแทนให้อยู่ในระดับปกติในกระแสโลหิตได้  

        รวดเร็ว

  • วัคซีนโควิด-19 ไม่มีผลกับการสร้างภูมิต้านทานในผู้ป่วยที่ได้รับโลหิต
  • เนื่องจากภูมิคุ้มกันในโลหิตที่ได้รับมีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณโลหิตทั้งหมดในร่างกายผู้ป่วย

 

ประกาศ ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุณได้ลงนามถวายพระพรเรียบร้อยแล้ว.