
เริ่มเป็น “ผู้ให้” ได้ตั้งแต่อายุ 17 ปีบริบูรณ์ ต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 70 ปี
หมายเหตุ : หากอายุไม่ถึง 18 ปี จะต้องมีใบยินยอมจากผู้ปกครอง สามารถดาวน์โหลด
ผู้ที่บริจาคเลือดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
สามารถบริจาคเลือดได้ จนถึงอายุ 70 ปี
สำหรับการบริจาคเลือดครั้งแรก ผู้บริจาคจะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี
และผู้บริจาคโลหิตที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป จะได้รับการตรวจ CBC ทุกครั้ง ก่อนบริจาคโลหิต(ตรวจนับอย่างสมบูรณ์ของเม็ดเลือด) โดยผู้บริจาคโลหิตที่มีอายุระหว่าง 65 – 70 ปี สามารถบริจาคโลหิตได้ทุกๆ 6 เดือน ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่น้อยกว่า 5 ชม.
- สุขภาพร่างกายแข็งแรง พร้อมบริจาคเลือด
- รับประทานอาหารก่อนมาบริจาคเลือด **เลี่ยงอาหารไขมันสูง**
- ดื่มน้ำในปริมาณ 300 – 500 cc ก่อนและหลังบริจาค
- งดแอลกอฮอล์ 24 ชม. ก่อนและหลังบริจาค
- งดสูบบุหรี่ 1 ชม. ก่อนและหลังบริจาค
- ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ (ทุกเพศ)
– วัน –
เว้น 3 วัน
- อุดฟัน ขูดหินปูน
เว้น 7 วัน
- ถอนฟัน รักษารากฟัน ผ่าฟันคุด
- ท้องร่วง ท้องเสีย
- ผ่าตัดเล็ก
- ตรวจพบติดเชื้อ COVID-19 โดยไม่แสดงอาการ
เว้น 14 วัน
- เว้น 14 วัน หลังหายจากอาการป่วยเป็นโรค COVID-19
– เดือน –
เว้น 1 เดือน
- ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก
เว้น 4 เดือน
- เจาะหู เจาะผิวหนัง สัก ลบรอยสัก
เว้น 6 เดือน
- ผ่าตัดใหญ่
- ไข้ชิคุนกุนยา ซิก้า
– ปี –
เว้น 1 ปี
- ถูกเข็มเปื้อนเลือดตำ
- เคยป่วยได้รับโลหิต
- คนในครอบครัวเป็นโรคตับอักเสบ
- ถูกจองจำ
หมายเหตุ : เพราะสุขภาพของผู้บริจาคเลือดนั้น เป็นสิ่งสำคัญอันดับ 1 จึงจำเป็นต้องมีการคัดกรองสุขภาพก่อนการบริจาคเลือด เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ให้และผู้รับ
เว้นหลังฉีด 24 ชั่วโมง
- วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
(แผลต้องหายดีแล้ว) - วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก
(แผลต้องหายดีแล้ว) - วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก
- วัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่
- วัคซีนโรคปอดอักเสบ
- วัคซีนโรคไวรัสตับอักเสบ A
เว้นหลังฉีด 4 สัปดาห์
- วัคซีนป้องกันโรคหัด
- วัคซีนป้องกันโรคคางทูม
- วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน
- วัคซีนโรคอีสุกอีใส
- วัคซีนโรคงูสวัด
บริจาคได้นะ
- เบาหวาน ควบคุมได้ ด้วยการรับประทานยา **ต้องไม่มีการฉีดยาอินซูลิน, ไม่มีโรคแทรกซ้อน**
- ความดันโลหิตสูง มีระดับความดันโลหิตตามเกณฑ์และไม่มีภาวะแทรกซ้อน
- ไขมันในเลือดสูง ต้องไม่มีภาวะแทรกซ้อน
- โรคไทรอยด์ (Hypothyroid) ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ปกติ และไม่ต้องปรับยาภายในช่วง 2 เดือน
- โรคซึมเศร้า อารมณ์ปกติ และไม่ต้องปรับยาในช่วง 1 เดือน
- โรคพาหะธาลัสซีเมีย ความเข้มข้นโลหิตต้องผ่านเกณฑ์
รอก่อนน้า
- โรคไทรอยด์ (Hyperthyroid) ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ปกติ และต้องหยุดยามาแล้ว มากกว่า 2 ปี
- วัณโรค รอรักษาหาย รับประทานยาครบคอร์ส และต้องหยุดยามาแล้ว มากกว่า 2 ปี
งดถาวร
- โรคหัวใจ
- โรคมะเร็งทุกชนิด
บริจาคได้เลย
- ยาลดไขมัน
- ยาลดกรดยูริก
- ยาคุมกำเนิด
- ยาลดกรด
- ยาเคลือบกระเพาะ
รับประทานแล้วไม่มีอาการ บริจาคได้เลย
- ยาแก้ปวดพาราเซตามอล
- ยาแก้แพ้
เว้น 2 วัน หลังหยุดยา (กรณีบริจาคเกล็ดเลือด)
- ยาคลายกล้ามเนื้อ
- ยากลุ่ม NSAIDs
รับประทานแล้วควบคุมโรคได้
- ยาความดันโลหิต **ต้องไม่มีโรคแทรกซ้อน และควบคุมความดันได้ดี**
- ยาคุมเบาหวาน **ต้องไม่มีโรคแทรกซ้อนและต้องไม่ฉีดอินซูลิน**
- วิตามินทุกชนิด และคอลลาเจน
- เวย์ โปรตีน
- อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของแอลคาร์นิทีน
- กลูต้าไธโอน
- เลซิติน E (ลดไขมันพอกตับ)
- อาหารเสริมที่มีไบโอติน
- ฟ้าทะลายโจร
- โสม
- ถังเช่า
เว้น 3 วัน ก่อนมาบริจาคเลือด
- น้ำมันตับปลา*
- น้ำมันปลา*
- ชมิ้นชัน*
* เพราะมีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด
ศัลยกรรม
- ผ่าตัดเล็ก (ใช้ยาชาเฉพาะที่) เว้น 7 วัน (ให้แผลหายดี)
- ผ่าตัดใหญ่ (ดมยาสลบ) เว้น 6 เดือน
ฉีดเสริมความงาม
หากกระทำด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ
ที่ ร.พ.เท่านั้น บริจาคโลหิตได้แต่… หากทำหัตถการในสถานที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่โรงพยาบาล
เว้น 4 เดือน ก่อนบริจาคโลหิต
เลเซอร์
หากอักเสบ รอให้แผลหายดี จึงจะบริจาคโลหิตได้
แอลกอฮอล์
- งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. ทั้งก่อนและหลังบริจาคเลือด
(กรณีดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ งดดื่มแอลกอฮอล์ 7 วัน ก่อนบริจาคเลือด)
กรณีใช้สารเสพติดและสารควบคุม
- กัญชา กัญชง กระท่อม งด 24 ชม. ก่อนบริจาคเลือด
**กรณีใช้เป็นประจำ งด 7 วัน ก่อนบริจาคเลือด**
(หมายเหตุ : ในวันที่บริจาคเลือดต้องไม่มีอาการ มึนงง สับสน) - สารเสพติดชนิดกิน – ต้องเลิกเสพแล้วเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี และไม่เสพอีก จึงจะสามารถบริจาคเลือดได้
- สารเสพติดชนิดฉีด – งดบริจาคโลหิตถาวร เนื่องจากเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ถ่ายทอดทางเลือดและมีผลต่อจิตประสาท
พร้อม บริจาคเลือด หรือยัง?