กาชาดเตือนหากมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยง ให้งดบริจาคโลหิต มีผลต่อผู้ป่วย

         ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย  เตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ และได้รับเชื้อโรคที่ถ่ายทอดทางโลหิต หากมาบริจาคโลหิต โลหิต 1 ถุง สามารถส่งต่อโรคไปให้ผู้ป่วยมากกว่า 3 ชีวิต   

          รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ในการรับบริจาคโลหิตของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วย จำเป็นต้องมีการคัดเลือก ผู้บริจาคโลหิตจากผู้ที่มีสุขภาพดี และไม่มีความเสี่ยงที่อาจได้รับเชื้อโรคที่สามารถถ่ายทอดทางโลหิตไปสู่ผู้ป่วยได้  ดังนั้น หากผู้ที่จะบริจาคโลหิต ทราบว่าตนเองมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ขอให้งดการบริจาคโลหิตออกไป เพราะหากบริจาคโลหิตแล้ว โลหิตที่ได้รับบริจาคอาจนำเชื้อโรคถ่ายทอดไปให้แก่ผู้ป่วยและเพิ่มโรคแก่ผู้ป่วยได้  ซึ่งก่อนบริจาคโลหิตจะมีขั้นตอนการคัดกรองสุขภาพ แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้

          1.ผู้บริจาคโลหิตคัดกรองสุขภาพด้วยตนเอง ว่ามีสุขภาพแข็งแรงพร้อมที่จะบริจาคโลหิตหรือไม่ และที่สำคัญต้องไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ ที่จะนำเชื้อโรคส่งต่อไปให้แก่ผู้ป่วย

          2. ผู้บริจาคโลหิตตอบแบบสอบถามในแบบฟอร์มก่อนการบริจาคโลหิต โดยตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองตามความเป็นจริง ไม่ปิดบังข้อมูลซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการมาบริจาคโลหิตในระยะ window period  หากมีพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจได้รับโรคที่สามารถถ่ายทอดทางโลหิตไปยังผู้ป่วย หรือมีโรคประจำตัวที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของตนเอง  ขอให้งดการบริจาคโลหิตเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและตนเอง

          3. การคัดกรองโลหิตบริจาคทางห้องปฎิบัติการ โลหิตที่ได้รับบริจาคจะถูกนำไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ  ซึ่งมีขั้นตอนการตรวจด้วยวิธีมาตรฐาน  ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่อาจแฝงมากับโลหิตบริจาค โดยเฉพาะการตรวจหาเชื้อเอดส์ หรือ HIV  ถึงแม้ว่าปัจจุบัน จะนำเทคโนโลยีการตรวจหาเชื้อ HIV โดยวิธี NAT เป็นการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ HIV  ที่มีความไวสูงสุดมาใช้ในการตรวจ  แต่ถ้าผู้บริจาคโลหิตได้รับเชื้อ HIV ในระยะเริ่มต้นหรือเรียกว่า window period  ภายใน 8 วันก่อนมาบริจาคโลหิต  ก็ไม่สามารถที่จะตรวจพบได้ เพราะเชื้อยังมีจำนวนน้อย จนไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการ แต่สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้ป่วยที่ได้รับโลหิตนั้นได้  

         และโลหิตบริจาค 1 ถุงนำไปปั่นแยกเป็นส่วนประกอบโลหิต ได้อีกมากกว่า 3 ชนิด อาทิ เม็ดโลหิตแดง เกล็ดเลือด และพลาสมา ฯลฯ และแต่ละชนิดนำไปใช้รักษาผู้ป่วย ได้หลายโรค เป็นการใช้เลือดที่บริจาคที่คุ้มค่าที่สุด แต่ถ้าได้เลือดที่ติดเชื้อแฝงเข้ามา ผู้ป่วยจะได้รับเชื้อ มากว่า 3 ชีวิต

          จึงขอฝากไปยังผู้ที่จะบริจาคโลหิต ขอให้มีความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน  โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ โดยให้ข้อมูลตามความเป็นจริง หากมีความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ ขอให้งดการบริจาคโลหิต เพราะจะเป็นการเพิ่มโรคให้แก่ผู้ป่วยได้

ข้อมูล ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2563

วิดีโอเกี่ยวข้อง