คนไทยไม่ทิ้งกัน รวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย บริจาคโลหิตช่วยผู้ป่วย

คนไทยไม่ทิ้งกัน รวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย บริจาคโลหิตช่วยผู้ป่วย 

          ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนคนไทยรวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย ถึงเวลาแล้ว ที่ทุกคนต้องช่วยกันบริจาคโลหิต อย่ารอให้ถึงวันที่ผู้ป่วยไม่มีโลหิตในการรักษา

          รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 เป็นเหตุให้ผู้บริจาคโลหิตมีความกังวลในการเดินทางมาบริจาคโลหิต ทำให้จำนวนผู้บริจาคโลหิตลดลง การปรับขนาดหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต จากจำนวน 200-300 คน ให้เล็กลง เหลือเพียง 30 คน จนขณะนี้มีปริมาณโลหิตไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่รักษาในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 160 แห่ง ที่ต้องใช้โลหิตในการผ่าตัด รวมทั้งผู้ป่วยโรคเลือดที่จำเป็นต้องใช้โลหิตเป็นประจำ ปัจจุบันมีการเบิกขอใช้โลหิตมายังศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ เฉลี่ยวันละ 5,400 ยูนิตต่อวัน แต่สามารถจ่ายเลือดให้ได้เฉลี่ย 2,400 ยูนิตต่อวัน หรือร้อยละ 44 เท่านั้น จึงต้องจัดหาโลหิตให้เพียงพอต่อความต้องการอย่างเร่งด่วน หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษา

          ถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนต้องไม่ทิ้งกัน รวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย บริจาคโลหิตช่วยผู้ป่วย อย่ารอให้ถึงวันที่ผู้ป่วยไม่มีโลหิตในการรักษา โดยร่วมบริจาคได้ 3 ช่องทาง ได้แก่

          1. บริจาคโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ , สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ 

          2. บริจาคเป็นหมู่คณะ 10-20 คน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดรถรับ-ส่ง มาบริจาค

          3. คอนโด หมู่บ้าน และชุมชน รวบรวมสมาชิก 50 คน เพื่อจัดรถรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ไปรับบริจาคโลหิต ติดต่อประสานงาน ได้ที่งานจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0 2252 1637

ผู้ที่สนใจบริจาคโลหิตในช่วงนี้

• ขอให้คัดกรองสุขภาพของตนเองก่อน ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยง สถานที่เสี่ยง ใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยง  

  และหายป่วยโดยไม่มีอาการใดๆ หลงเหลืออยู่ ให้งดบริจาคโลหิต 4 สัปดาห์

• โปรดตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพตนเองตามความเป็นจริง

• ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เดินทางมาบริจาคโล

*******************************

กาชาดชวนบริจาคโลหิต ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพทรงเจริญพระชนมายุ 65 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2563

         

กาชาดชวนบริจาคโลหิต ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพทรงเจริญพระชนมายุ 65 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2563

          ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญประชาชนชาวไทยที่มีสุขภาพดีร่วมใจบริจาคโลหิต  ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ทรงเจริญพระชนมายุ 65 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2563 และเพื่อให้มีโลหิต  ช่วยเหลือผู้ป่วยในช่วงของการระบาด COVID-19 ซึ่งทำให้เกิดภาวะโลหิตขาดแคลนทั่วประเทศขณะนี้

          รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในเดือนเมษายนของทุกปี มีวันสำคัญของคนไทย ที่ร่วมกันทำความดี ในวันนั้นก็คือ วันที่  2 เมษายน ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นอุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ซึ่งพระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างของ  การทำงานที่เสียสละ ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะโดยทรงทุ่มเทพระวรกาย และพระสติปัญญาในการช่วยเหลือประชาชนชาวไทย และยังทรงเผื่อแผ่ไปยังราษฎรประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะภารกิจของสภากาชาดไทย  ทรงทำนุบำรุงกิจการของสภากาชาดไทยหลากหลายด้าน ทั้งบรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้ ทั้งเรื่องของคุณภาพชีวิต รวมทั้งสนับสนุนงานบริการโลหิต เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ เข็มที่ระลึก ผู้บริจาคโลหิต และประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานที่สนับสนุนการบริจาคโลหิต ส่งผลทำให้มีผู้บริจาคโลหิตประจำจำนวนมาก นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น อาทิ พระราชดำรัสขอบคุณ ดังนี้

 

“การที่เรามีโลหิตสำหรับรักษาผู้ป่วย

ทำให้ผู้ป่วยหายจากการเจ็บไข้ แล้วสบายดี

เป็นที่ชื่นชมของประชาชนชาวโลกว่า

ประเทศไทยมีคนที่มีใจเมตตากรุณาและช่วยเหลือผู้อื่น

การที่ทุกท่านมาบริจาคโลหิต

และได้ช่วยกันอำนวยความสะดวกจัดการให้มีการบริจาคโลหิตได้เช่นนี้

ก็เป็นบุญกุศลอย่างยิ่ง

ขอให้กุศลนี้ช่วยสนองตอบให้ทุกท่านมีความสุข ความเจริญ พร้อมกับสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ”

 

พระราชดำรัส สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย

ในพิธีพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 ประกาศเกียรติคุณ

และเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิตครบ 36 ครั้ง และ 108 ครั้ง

ของเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 4 ประจำปี 2557-2558 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559

ณ โรงแรมเดอะรีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุร

          ในโอกาสนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงขอเชิญประชาชนชาวไทยที่รักสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมใจบริจาคโลหิตตลอดเดือนเมษายน 2563  เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพทรงเจริญพระชนมายุ 65 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2563   และเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องรับโลหิตในการรักษาในช่วงภาวะโลหิตขาดแคลน

 

ผู้ที่สนใจบริจาคโลหิตในช่วงนี้

  • ขอให้คัดกรองสุขภาพของตนเองก่อน ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยง สถานที่เสี่ยง และใกล้ชิดกับ

       กลุ่มเสี่ยง งดบริจาคโลหิต 4 สัปดาห์

  • โปรดตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพตนเองตามความเป็นจริง
  • ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เดินทางมาบริจาคโลหิต

 

**********************************

                                                                                                                                         

มาตรการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อ COVID-19 ทางโลหิต ฉบับที่ 4

         ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ปรับมาตรการป้องกันการถ่ายทอดโรคติดเชื้อ COVID-19 ทางโลหิต ฉบับที่ 4 เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยที่ต้องรับโลหิตจากการรักษาพยาบาล

         ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ COVID-19 นับตั้งแต่ตรวจพบเชื้อและหายป่วย โดยไม่มีอาการใดๆหลงเหลืออยู่ จาก 3 เดือน เปลี่ยนเป็น 4 สัปดาห์

 
 
 

                                                                                                                                          ข้อมูล ณ วันที่ 5 เมษายน 2563

กาชาดเปิดลงทะเบียนออนไลน์ผู้ป่วย COVID-19 ที่หายแล้ว กลับมาเป็น Hero ด้วยความสมัครใจ บริจาคพลาสมาช่วยผู้ป่วย COVID-19

          ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดลงทะเบียนออนไลน์ ให้ผู้ป่วยโรค COVID-19  ที่หายแล้ว กลับมาเป็น Hero บริจาคพลาสมา นำไปรักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรง  จำเป็นต้องรับสมัครลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ ให้ความมั่นใจด้านความปลอดภัยทั้งผู้ให้และผู้รับ  สามารถลงทะเบียนได้แล้ว 6 เมษายน 2563 เป็นต้นไป     

          รศ.พญ. ดุจใจ  ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีการประกาศเชิญชวนให้ผู้ป่วยโรค COVID-19 ที่หายดีแล้ว กลับมาบริจาคพลาสมาที่มีภูมิต้านทานต่อไวรัส COVID-19 โดยภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากผู้ป่วยที่หายแล้ว เปรียบเสมือนเป็นเซรุ่มใช้รักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการรุนแรง เป็นอีกทางหนึ่งที่จะสามารถช่วยผู้ป่วยให้รอดชีวิตได้ และพลาสมาที่มีภูมิคุ้มกันนี้ไม่สามารถหาได้จากที่ใด ต้องได้มาจากผู้ป่วยที่ติดเชื้อและหายแล้วสร้างขึ้นมาเองได้เท่านั้น

          ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้ดำเนินการขอรับบริจาคพลาสมาจากผู้ป่วยโรค COVID-19 ที่หายแล้ว แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การเชิญชวนผ่านสื่อมวลชน สื่อ Social media และสื่ออื่นๆ เพื่อให้เข้าถึงผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการบริจาคพลาสมาเพื่อนำไปใช้รักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 นั้น ต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ โดยขอให้แจ้งความประสงค์ต้องการบริจาคกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และในขณะเดียวกัน ได้ประสานไปยังโรงพยาบาล หรือหน่วยงานที่รักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 เพื่อช่วยเชิญชวนผู้ป่วยอีกทางหนึ่งด้วย    

          ผู้ป่วยโรค COVID-19 ที่หายแล้ว มีความประสงค์บริจาคพลาสมา จำเป็นต้องรับสมัครลงทะเบียนออนไลน์  เพื่อการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ ให้ความมั่นใจด้านความปลอดภัยทั้งผู้ให้และผู้รับ  ซึ่งต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น ได้แก่ เป็นผู้ป่วยโรค COVID-19 ที่รักษาหายไม่มีอาการแล้ว ออกจากโรงพยาบาลและกักตัวครบ 14 วัน  มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีแล้ว อายุ 17 ปีบริบูรณ์- 60 ปี น้ำหนักตัวไม่ต่ำกว่า 50 กิโลกรัม  ไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดัน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น

          ผู้ป่วย COVID-19 ที่หายแล้วต้องการบริจาคพลาสมา   ลงทะเบียนออนไลน์ ได้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2563 ที่ Fanpage ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย  โดยจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนัดหมายคัดกรอง ในรายละเอียดต่อไป 

                         ******************************          

                                                                                                                                                ประกาศ ณ วันที่ 6 เมษายน 2563