Link

 สื่อประชาสัมพันธ์

  

    

 

สถิติเว็บไซต์

  • Site Counter: 2,319,016
  • Unique Visitor: 497,061
  • Your IP: 54.80.58.121
  • Since: 2010-10-07 13:26:26

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเปิดศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา สภากาชาดไทย

วันที่ 14 มิถุนายน 2561 เวลา 10.20 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา สภากาชาดไทย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 โดยมี นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย นายเตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร และประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการจัดตั้งศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิกสภากาชาดไทย และประธานคณะกรรมการอำนวยการบริหารกิจการศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา นาวาโทหญิงแพทย์หญิงอุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และผู้บริหารสภากาชาดไทย เฝ้าฯ รับเสด็จฯณ ศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา สภากาชาดไทย ต.บางพระ อ.ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

   สภากาชาดไทย ได้จัดตั้งศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา สภากาชาดไทยขึ้น ตามนโยบายบริการโลหิตแห่งชาติ ปี พ.ศ.2553  ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ได้ระบุเป้าประสงค์นโยบายข้อที่ 8 ให้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นองค์กรหลักในการผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาเพื่อรักษาผู้ป่วย รวมทั้งนโยบายด้านสาธารณสุขของประเทศมีเป้าหมายในการพัฒนาให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลในระดับนานาชาติ โดยประชาชนจะได้เข้าถึงบริการอย่างปราศจากอุปสรรค โดยที่ประชุมคณะกรรมการสภากาชาดไทย ครั้งที่ 307 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2555 มีมติอนุมัติให้จัดตั้งศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา   
    ทั้งนี้ สภากาชาดไทย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และองค์การเภสัชกรรม ได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกเทคโนโลยีการผลิตของบริษัท Green Cross Corporation(GCC) สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งได้รับมาตรฐานในการผลิตระดับชาติ (Koren FDA) และระดับสากลตามาตรฐาน GMPรวมทั้ง ได้รับการช่วยเหลือจากเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงโซล ในขณะนั้น ประสานงานการร่วมลงนามความตกลงระหว่างสภากาชาดไทย และบริษัท GCC ในการถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ให้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556 ทำให้ได้รับโอกาสสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงในการผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาชนิดใหม่   
       นอกจากนี้ สภากาชาดไทย ได้ร่วมลงนามความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมากับ 4 หน่วยงานหลักของประเทศ  ได้แก่  สำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม  เพื่อให้การดำเนินงานก้าวไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย  สามารถพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล  จนปัจจุบัน  ได้รับการรับรองมาตรฐานสถานที่ผลิตยาตามหลักเกณฑ์วิธีการผลิตที่ดีในการผลิตยา (Good Manufacturing Practice : GMP)จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เป็นระยะเวลา 3 ปี และมีการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามเภสัชตำรับของยุโรป (European Pharmacopeia) สามารถผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา จำนวน 3 ชนิด คือ 1. อัลบูมิน 20 ทีอาร์ซีเอส  ช่วยฟื้นฟูและรักษาสมดุลของปริมาตรการไหลเวียนเลือด2.อิมมูโนโกลบูลิน 5 ทีอาร์ซีเอส ใช้รักษาผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติผู้ป่วยภาวะเกล็ดเลือดต่ำโดยไม่ทราบสาเหตุ  3.แฟคเตอร์ 8 ทีอาร์ซีเอส ใช้รักษาผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลีย เอ  จึงนับได้ว่าเป็นโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาแห่งแรกของภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก       
      ศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา  ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้าง เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ 2556 และได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จเมื่อ วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาตพระราชทานชื่อว่า “ศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา สภากาชาดไทย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี พระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ Tและพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย “ ส.ธ.” ประดับที่ป้ายชื่ออาคาร   
       ในปี พ.ศ. 2558-2559 เริ่มต้นทดลองผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา  และผลิตเพื่อการจำหน่ายในปี พ.ศ. 2560 กำลังการผลิตสูงสุดใช้พลาสมา  200,000 ลิตรต่อปี ในระยะเริ่มต้น 1-2 ปีแรก ใช้พลาสมาในการผลิต 81,000 ลิตร  ต่อปี และในปี พ.ศ.2560 ดำเนินการเร่งขยายกำลังการผลิตใช้พลาสมาเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ลิตรต่อปี  เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณของพลาสมาที่ได้รับบริจาคจากผู้บริจาคพลาสมาโดยตรง และจากการปั่นแยกส่วนประกอบโลหิต ซึ่งเป็นผู้บริจาคของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ  และสามารถผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาให้เพียงพอแก่ความต้องการของผู้ป่วยในประเทศได้เป็นจำนวนมาก  ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาล ทั้งต่อประชาชนและประเทศชาติ  ช่วยยกระดับการรักษาพยาบาลในประเทศ  ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน ส่งผลให้ประชาชนมีสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น   

สื่อประชาสัมพันธ์