Link

 สื่อประชาสัมพันธ์

  

    

 

สถิติเว็บไซต์

  • Site Counter: 2,411,348
  • Unique Visitor: 519,161
  • Your IP: 54.84.236.168
  • Since: 2010-10-07 13:26:26

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ก้าวสู่ปีที่ 50 เดินหน้าขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์กลางวิชาการงานบริการโลหิตภูมิภาคเอเชีย

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 49 ปี ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย 13 ตุลาคม 2561 ด้วยภารกิจหลักที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นแกนกลางในการจัดหาโลหิตของประเทศไทย  ให้มีปริมาณที่เพียงพอแก่ความต้องการของผู้ป่วย  ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดเป้าหมายการจัดหาโลหิตมุ่งสู่การบริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทน 100 %ให้สำเร็จในปี พ.ศ. 2563และก้าวสู่ปีที่ 50 ด้วยนโยบายสู่ความเป็นเลิศทางด้านวิชาการในภูมิภาคเอเชีย

นาวาโทหญิงแพทย์หญิงอุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยเปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้มีการพัฒนาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีหลายๆ ด้านที่เห็นเด่นชัดที่สุด คือ ศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา  ซึ่งนำเอาพลาสมาที่ได้รับการบริจาค ผลิตเป็นยา 3 ชนิด คือ อัลบูมิน ,   แฟคเตอร์ 8 และ ไอวีไอจี  นับว่าเป็นศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาแห่งแรกในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสามารถตอบสนองกับความต้องการผู้ป่วยได้มากถึงร้อยละ 60 ของความต้องการยาทั้งหมด   ความก้าวหน้าที่สอง คือการขยายศักยภาพการบริการโลหิตในต่างจังหวัด โดยปัจจุบันมีภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง และ งานบริการโลหิต 1 แห่ง ซึ่งสามารถจัดหาโลหิตตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศได้เพิ่มสูงขึ้นตามเป้าหมาย ทำให้มีโลหิตที่มาจากการบริจาคโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเพิ่มมากขึ้น

อีกประการหนึ่ง คือการจัดหาอาสาสมัครเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือ สเต็มเซลล์ ซึ่งศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้รับการรับรองจากThe World Marrow Donor Association (WMDA) ให้เป็นองค์กรที่สามารถดำเนินงานด้านคุณภาพในการจัดหาผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่ไม่ใช่ญาติของผู้ป่วย  จนประสบความสำเร็จมีผู้ลงทะเบียนเพิ่มสูงขึ้น   นอกจากนี้ ในด้านการผลิตถุงบรรจุโลหิต  ได้นำเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิต  ทำให้สามารถผลิตถุงบรรจุโลหิตที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล และช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นมูลค่ามหาศาล    ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ยังได้รับความไว้วางใจจากองค์การอนามัยโลก ให้เป็นหน่วยงานหลักในการจัดอบรมด้านวิชาการให้แก่ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงต้องเร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถในการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการ 

ในโอกาสที่จะก้าวสู่ปีที่ 50 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ   เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานบริการโลหิตมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ โดยมุ่งเป็นศูนย์กลางของประเทศในภูมิภาคเอเชีย เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะเข้ามาศึกษาดูงานในประเทศไทย และเป็นที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ในปี 2562  ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติ ISBT (International Society of Blood Transfusion)  จัดขึ้นในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการประชุมหลักของธนาคารเลือดทั่วโลก  มีผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า 1,000 คนจากประเทศต่างๆกว่า 100 ประเทศ  จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพเพื่อก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลางทางด้านวิชาการงานบริการโลหิตในภูมิภาคนี้     

สื่อประชาสัมพันธ์